เมื่อลูกวัยนี้ดื้อและโมโหจะรับมืออย่างไร?

ลูกดื้อ

#เมื่อลูกวัยนี้ดื้อและโมโห จะรับมืออย่างไร? (สำหรับวัย 1-3 ปี)วัยนี้เมื่อลูกรู้สึกผิดหวังหรือโมโห ให้คุณพ่อคุณแม่มุ่งเน้นที่การเชื่อมต่อกับลูก เพราะเมื่อเด็กเครียดสารในสมองยังทำงานไม่เต็มที่ เมื่อโมโหจะเกิดฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลให้สมองทำการต่อสู้ด้วยสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอด ด้วยการแสดงออกทางอารมณ์ สมองลูกยังไม่สามารถมีการเรียนรู้เหตุผลของการควบคุมตัวเองได้จึงเกิดพฤติกรรมและอารมณ์ขึ้นมาคุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจว่าสมองของลูกทำงานด้วยสภาวะเอาตัวรอด ไม่ควรใช้การดุด่า ข่มขู่ ว่ากล่าว หรือบางทีลูกก็ไม่ได้เข้าใจแม้การให้เหตุผลด้วยการต่อว่ากับลูก เพราะการประมวลผลของลูกไม่เป็นผลนั้นเองมีแต่จะเพิ่มสารความเครียดให้กับลูกได้มากขึ้น คือเพิ่มความโกรธนั่นเองสิ่งที่ลูกต้องการในเวลานี้จริงๆคือ “ความช่วยเหลือ…” คือ1.ช่วยจัดการกับอารมณ์โกรธของลูกให้หายไวที่สุดด้วยการปลอบหรือเบี่ยงเบนความสนใจ2.เชื่อมต่อลูกให้กลับมารู้สึกปลอดภัยด้วยการกอดโอบกับลูก ให้กำลังใจกับลูก3.ช่วยแก้ปัญหาที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดกับลูกในตอนแรกว่าปัญหาเหล่านั้นมันแก้ไขได้ หรือปล่อยวางได้ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงมีหน้าที่ในการใส่ใจให้ลูกรู้สึกปลอดภัย และสนับสนุนในสิ่งที่ลูกสนใจเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับจิตใจของลูกสมองของลูกจึงได้รับการพัฒนาได้จนสมบูรณ์#Shareแบ่งปันบทความดีๆให้เพื่อนๆกันด้วยนะคะ #พัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ#สอนลูกเองได้ง่ายนิดเดียวbyครูบี—————–#สนใจคอร์สเรียนHomeSchool, กิจกรรมแบบนี้หรือสั่งปอมปอม Inbox หาครูได้เลยค่ะ—————–รับกิจกรรมดีๆแบบไม่ตกหล่นได้ที่Line ID: @behomeschool หรือลิ้งค์ Line: http://line.me/ti/p/~@behomeschool ได้เลยนะคะ

โพสต์โดย สอนลูกเองได้ ง่ายนิดเดียว by ครูบี บน 29 กันยายน 2017

เมื่อลูกวัยนี้ดื้อและโมโหจะรับมืออย่างไร? (สำหรับวัย 1-3 ปี)

วัยนี้เมื่อลูกรู้สึกผิดหวังหรือโมโห ให้คุณพ่อคุณแม่มุ่งเน้นที่การเชื่อมต่อกับลูก เพราะเมื่อเด็กเครียดสารในสมองยังทำงานไม่เต็มที่ เมื่อโมโหจะเกิดฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลให้สมองทำการต่อสู้ด้วยสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอด ด้วยการแสดงออกทางอารมณ์ สมองลูกยังไม่สามารถมีการเรียนรู้เหตุผลของการควบคุมตัวเองได้จึงเกิดพฤติกรรมและอารมณ์ขึ้นมา

คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจว่าสมองของลูกทำงานด้วยสภาวะเอาตัวรอด ไม่ควรใช้การดุด่า ข่มขู่ ว่ากล่าว หรือบางทีลูกก็ไม่ได้เข้าใจแม้การให้เหตุผลด้วยการต่อว่ากับลูก เพราะการประมวลผลของลูกไม่เป็นผลนั้นเองมีแต่จะเพิ่มสารความเครียดให้กับลูกได้มากขึ้น คือเพิ่มความโกรธนั่นเอง

สิ่งที่ลูกต้องการในเวลานี้จริงๆคือ “ความช่วยเหลือ…” คือ
1.ช่วยจัดการกับอารมณ์โกรธของลูกให้หายไวที่สุดด้วยการปลอบหรือเบี่ยงเบนความสนใจ
2.เชื่อมต่อลูกให้กลับมารู้สึกปลอดภัยด้วยการกอดโอบกับลูก ให้กำลังใจกับลูก
3.ช่วยแก้ปัญหาที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดกับลูกในตอนแรกว่าปัญหาเหล่านั้นมันแก้ไขได้ หรือปล่อยวางได้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงมีหน้าที่ในการใส่ใจให้ลูกรู้สึกปลอดภัย และสนับสนุนในสิ่งที่ลูกสนใจเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับจิตใจของลูกสมองของลูกจึงได้รับการพัฒนาได้จนสมบูรณ์

ใส่ความเห็น

You have to agree to the comment policy.

Line
Messenger
Messenger
Line
0